ข้อมูลจำเพาะ: มานิตย์ จุมปา, คำอธิบายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.๒๕๕๐) เล่ม ๑, พิมพ์ครั้งที่ ๓ ฉบับปรับปรุงใหม่ (กรงุเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย), ๒๕๕๕ ( จำนวน ๖๖๔ หน้า ราคาปก ๓๖๐ บาท) 

คำนำในการพิมพ์ครั้งที่ ๓

 

หนังสือ “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.๒๕๕๐)” ได้มีการจัดพิมพ์ครั้งที่ ๒ ไปเมื่อปี ๒๕๕๓ โดยในการจัดทำต้นฉบับเพื่อจัดพิมพ์นั้นได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลจนถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๒ ต่อมาในเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ผู้เขียนได้รับการติดต่อจากทางสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิยาลัยเพื่อแจ้งขอพิมพ์ซ้ำหนังสือนี้ โดยไม่มีการแก้ไข แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งนับว่าเป็นการแก้ไขครั้งแรกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผู้เขียนจึงไม่อาจให้มีการพิมพ์ซ้ำโดยไม่มีการแก้ไขได้ จึงได้หารือกับทางสำนักพิมพ์เพื่อขอให้เป็นการจัดพิมพ์ครั้งที่ ๓ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งทางสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เห็นด้วยกับการหารือดังกล่าว

จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญของสรัฐอเมริกาซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของโลกที่มีการจัดทำขึ้นในปี ค.ศ.๑๗๘๙ ที่ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๒๒๒ ปี ทำให้พบว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาซึมซับเข้าไปในวิถีชีวิตแห่งอเมริกันชน คือ การที่ข้อพิพาททางกฎหมายต่าง ๆ จะมีการอ้างอิงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ จนทำให้คำว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน (the supreme Law of the Land) ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นจริงขึ้นมาในทางปฏิบัติ เมื่อหันมาพิจารณาถึงประสบการณ์การใช้บังคับรัฐธรรมนูญในประเทศไทยพบว่า เป็นเวลากว่า ๖๕ ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกาศใช้เป็นฉบับแรกในปี พ.ศ.๒๔๗๕ ถึง พ.ศ.๒๕๔๐ ที่รัฐธรรมนูญนั้นดูเสมือนหนึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด แต่เป็นการสูงสุดเกินกว่าที่จะมีการอ้างอิงหรือหยิบยกมากล่าวอ้างเป็นหลักเมื่อเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย จึงทำให้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นเสมือนหนึ่งกติกาทางการเมืองที่ดูจะห่างไกลจากวิถีชีวิตของประชาชนทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม สภาพการณ์นี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อประเทศไทยประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.๒๕๔๐) อันได้ชื่อว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” กลไกต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนสร้างขึ้นนั้น ได้ทำให้รัฐธรรมนูญเริ่มกลายเป็นกฎหมายสูงสุดในความเป็นจริงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ข้อพิพาททางกฎหมายต่าง ๆ เริ่มมีการอ้างอิงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ องค์กรต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญมีโอกาสวินิจฉัยข้อพิพาทต่าง ๆ ที่มีประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ในช่วงระยะเวลาประมาณ ๑๐ ปีที่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนใช้บังคับ มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำพิพากษาของศาลปกครอง และศาลยุติธรรม ตลอดจนคำวินิจฉัย หรือความเห็นขององค์กรต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นปัญหาทางรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐธรรมนูญที่แต่เดิมเป็นเพียงตัวอักษรที่ถูกบัญญัติขึ้นมา กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นจากการตีความขององค์กรต่าง ๆ และรัฐธรรมนูญกลายเป็นสิ่งที่ไม่อยู่ไกลจากวิถีชีวิตของประชาชนอีกต่อไป ดังจะเห็นได้ชัดเจนว่า บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญถูกหยิบยกขึ้นกล่าวอ้างในคดีต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก แม้ต่อมารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะมีเหตุให้ต้องสิ้นสุดลง เพราะเกิดการรัฐประหาร แต่จิตวิญญาณแห่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนหาได้สิ้นสุดไปพร้อมกับการที่คณะรัฐประหารประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไม่ หากแต่จิตวิญญาณแห่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้ถูกส่งต่อไปยังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.๒๕๕๐) โดยคณะรัฐประหารเองที่กำหนดให้มีความเชื่อมโยงของรัฐธรรมนูญฉบับปัจุบันกับรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ดังจะเห็นได้ว่า บทบัญญัติต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นยังคงหลักการและสาระสำคัญที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หากแต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางประการที่ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเห็นว่าเป็นบทบัญญัติที่เป็นปัญหาอยู่ เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ดังนี้แล้ว ถือได้ว่า จิตวิญญาณแห่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนยังสืบเนื่องมาจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ข้อพิพาทต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นยังคงมีการอ้างอิงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง องค์กรต่าง ๆ มีโอกาสวินิจฉัยตีความบทบัญญัติต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญ อันช่วยทำให้รัฐธรรมนูญกลายเป็นสิ่งที่มีชีวิต กล่าวคือ มีความเติบโตขึ้นเรื่อง ๆ ความเติบโตในที่นี้หมายความว่า บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญได้รับการตีความโดยองค์กรต่าง ๆ ที่มีอำนาจในการตีความรัฐธรรมนูญ (ซึ่งไม่ได้ผูกขาดไว้แต่ศาลรัฐธรรมนูญเพียงองค์กรเดียว) ทำให้เกิดกระบวนการที่จำต้องเรียนรู้ว่าบทบัญญัติต่าง ๆ นั้นองค์กรต่าง ๆ ตีความไว้อย่างไร ซึ่งจะทำให้สามารถนำรัฐธรรมนูญไปปรับใช้ได้ในชีวิตความเป็นจริง

จากผลที่รัฐธรรมนูญไทยในปัจจุบันหาได้เป็นเพียงบทบัญญัติที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอันเป็นกฎหมายสูงสุด สุดที่ประชาชนทั่วไปจะเกี่ยวข้องอ้างอิงได้ หากแต่กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่มีชีวิต มีความเติบโตทุกครั้งที่องค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายตีความบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ในการเขียนคำอธิบายรัฐธรรมนูญนั้นไม่อาจหยุดอยู่ตรงแต่เพียงการอธิบายว่า บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างไร มีที่มาอย่างไร และมีเจตนารมณ์อย่างไร เท่านั้น หากแต่จำต้องค้นคว้าเพื่อนำแนวคำวินิจฉัย คำพิพากษา ความเห็นต่าง ๆ ที่ตีความรัฐธรรมนูญมาประกอบการอธิบาย เพื่อให้คำอธิบายรัฐธรรมนูญนั้นมีชีวิตดุจเดียวกันกับรัฐธรรมนูญที่มีชีวิต กล่าวคือ เมื่อเปิดคำอธิบายรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่ควรจะพบแต่เพียงว่า รัฐธรรมนูญในเรื่องนั้นบัญญัติไว้อย่างไร มีที่มาอย่างไร มีเจตนารมณ์อย่างไร หากแต่จะต้องพบด้วยว่าบทบัญญัตินั้นมีการตีความ วินิจฉัย วางบรรทัดฐานไว้อย่างไร อันจะทำให้ผู้ค้นคว้ารัฐธรรมนูญสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้จริงในทางปฏิบัติ เหตุดังที่กล่าวมานี้เองเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือนี้ในการพิมพ์ครั้งที่ ๓ ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้หนังสือนี้ดังที่ได้กล่าวมา ซึ่งผลจากแรงบันดาลใจนี้ทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งใหญ่ เพราะในเชิงเนื้อหานั้น ในการพิมพ์ครั้งที่ ๒ มีเนื้อหาจำนวน ๕๙๒ หน้า ส่วนการพิมพ์ครั้งที่ ๓ นี้มีเนื้อหาจำนวนหน้ารวมทั้งหมดกว่า ๑,๒๐๐ หน้า ซึ่งหมายความว่ามีเนื้อหาเพิ่มจากการพิมพ์ครั้งก่อนถึงกว่าเท่าตัว เนื้อหาที่เพิ่มขึ้นนี้ ก็เพื่อตอบสนองเป้าหมายและความตั้งใจของผู้เขียนดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

ด้วยเหตุที่เนื้อหาที่ได้มีการเพิ่มเติมขึ้นเป็นจำนวนมากถึงเท่าตัว ผู้เขียนจึงได้แยกหนังสือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.๒๕๕๐) ออกเป็น ๒ เล่ม ซึ่งแต่ละเล่มมีความสมบูรณ์ในเรื่องต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่นั้นในตัวแต่ละเล่ม พร้อมกับเปลี่ยนชื่อหนังสือเล็กน้อยเพื่อให้แสดงถึงความละเอียดของหนังสือที่ได้เพิ่มเติมเนื้อหาขึ้นมา โดยเล่มแรกใช้ชื่อว่า “คำอธิบายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.๒๕๕๐) ว่าด้วยบททั่วไป พระมหากษัตริย์ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หน้าที่ของชนชาวไทย แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และรัฐสภา” ส่วนเล่ม ๒ ใช้ชื่อว่า ว่า “คำอธิบายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.๒๕๕๐) ว่าด้วยการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน การเงิน การคลัง และงบประมาณ คณรัฐมนตรี ศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ การปกครองส่วนท้องถิ่น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล” โดยเล่มที่ปรากฏอยู่ในมือผู้อ่านนี้เป็นเล่มแรก

          ในการจัดพิมพ์ครั้งที่ ๓ นี้ผู้เขียนได้แก้ไขปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ถึง ๒ ฉบับ ได้แก่

(๑)               รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔) มีเนื้อหาสำคัญที่แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระทบต่อเนื้อหาของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๙๓ ถึง ๙๘, มาตรา ๑๐๑ และมาตรา ๑๐๙ จึงได้มีการปรับปรุงเนื้อหาในบทที่ ๖ หมวด ๒ รัฐสภา ข้อ ๒ ส่วนที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎร ในข้อ ๒.๑ องค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒.๒ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต และข้อ ๒.๓ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยแสดงให้เห็นทั้งเนื้อหาเดิมก่อนการแก้ไขเปลี่ยนแปลง และเนื้อหาใหม่ที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งได้แสดงที่มา เหตุผล และข้อถกเถียงที่น่าสนใจในการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนีด้วย

(๒)              รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๔ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔) มีเนื้อหาสำคัญที่แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาของรัฐบาลกับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๑๙๐ จึงได้มีการปรับปรุงเนื้อหาในบทที่ ๙ หมวด ๙ คณะรัฐมนตรี ข้อ ๑๔.๓ การทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ โดยแสดงให้เห็นทั้งเนื้อหาเดิมก่อนการแก้ไขเปลี่ยนแปลง และเนื้อหาใหม่ที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งได้แสดงที่มา เหตุผล และข้อถกเถียงที่น่าสนใจในการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนีด้วย

นอกจากนั้น ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาข้อมูลและตัวอย่างทั้งที่ยังไม่ได้นำมาเรียบเรียงไว้และที่เกิดขึ้นหลังจากการพิมพ์ครั้งที่ ๒ เช่น

(๑) เพิ่มเติมคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒๒/๒๕๕๔ และเพิ่มคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๐ ถึง พ.ศ.๒๕๕๔ โดยมีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญของปี พ.ศ.๒๕๕๔ จำนวน ๘ ฉบับที่ได้มีการเผยแพร่ จนถึงคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๐/๒๕๕๔ (ยกเว้นคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ ๘/๒๕๕๔ และ ๙/๒๕๕๔) ที่ยังไม่ได้เผยแพร่) ทั้งนี้ สามารถเข้าไปสืบค้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม ตลอดจนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญใหม่ ๆ ได้ที่ http://www.concourt.or.th/

          (๒) เพิ่มเติมคำวินิจฉัยศาลฎีกาที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญถึงหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ.๒๕๕๓ เล่ม ๖ ซึ่งเป็นเล่มล่าสุดที่มีการจัดพิมพ์เผยแพร่โดยเนติบัณฑิตยสภา

          (๓) เพิ่มเติมคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถึง อม.๑๐/๒๕๕๓  ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีคดีที่น่าสนใจที่คนไทยประเทศติดตาม คือ คดีที่มีการร้องให้มีการยึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก็ได้มีการเพิ่มเติมเนื้อหาแห่งคำพิพากษาของศาลในคดีนี้ไว้ในการการแก้ไขครั้งนี้ด้วย คือ คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ อม.๓/๒๕๕๓ ทั้งนี้สามารถเข้าไปสืบค้นคำพิพากษาฉบับเต็มและคำพิพากษาใหม่ ๆ ได้ที่ http://www.supremecourt.or.th/webportal/maincode/index.php?base=24

          (๔) เพิ่มเติมคำสั่งศาลฎีกา (แผนกคดีเลือกตั้ง) เกี่ยวกับคดีเลือกตั้ง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๐ ถึงคดีล่าสุดในปี พ.ศ.๒๕๕๒ คือ คำสั่งศาลฎีกาที่ ๘๔๒๘/๒๕๕๒ ซึ่งสามารถค้นคว้าคำสั่งศาลฎีกาฉบับเต็มได้ที่ http://www.supremecourt.or.th/webportal/maincode/index.php?base=21

(๕) เพิ่มเติมคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ที่มีการเผยแพร่ผ่านเว็ปไซด์ของศาลปกครอง ณ วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๔ ซึ่งมีจำนวน ๓,๘๘๕ คดี ทั้งนี้สามารถเข้าไปสืบค้นคำพิพากษาฉบับเต็มและคำพิพากษาศาลปกครองใหม่ ๆ ได้ที่ http://court.admincourt.go.th/ordered/

          (๖) เพิ่มความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐ ถึงความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๑๗๘/๒๕๕๔ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้สามารถเข้าไปสืบค้นความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาฉบับเต็มและฉบับใหม่ ๆ ได้ที่ http://www.krisdika.go.th/wps/portal/general

          ตลอดจนผู้เขียนได้ค้นคว้าคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญในอดีต คำพิพากษาของศาลฎีกา และคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่อยู่ในระบบออนไลน์ที่มีการเผยแพร่ให้สืบค้นได้ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญมารวบรวมไว้ในส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นการปรับใช้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเรื่องต่าง ๆ อันจะทำให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพว่ารัฐธรรมนูญนั้นเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตทั่วไปเหมือนเช่นกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอาญา หาได้เป็นกฎหมายสูงสุด สุดที่จะมีโอกาสได้ใช้หรือได้สัมผัสแต่อย่างใดไม่ ผลจากการรวบรวมดังกล่าวนี้ ก่อให้เกิดเนื้อหาที่เรียกว่ามีเป็นจำนวนมากกว่า ๑,๒๐๐ หน้า แต่ก็เป็นไปด้วยความตั้งใจที่จะให้หนังสือนี้มีความสมบูรณ์และเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านให้มากที่สุด โดยตัวอย่างที่หยิบยกรวบรวมไว้ในหนังสือนี้ ได้ดำเนินการคัดย่อและเรียบเรียงโดยยึดถือหลักที่ว่า จะต้องย่อและเรียบเรียงให้ท่านผู้อ่านสามารถเข้าใจเรื่องราวในตัวอย่างนั้นได้โดยไม่จำต้องไปเปิดหาหรือค้นหาตัวอย่างนั้น ๆ ในฉบับเต็ม เว้นแต่ประสงค์จะค้นคว้าในรายละเอียด ดังนั้น ตัวอย่างต่าง ๆ จึงไม่สั้นหรือยาวจนเกิดกว่าที่จะทำเข้าใจได้จากเนื้อหาที่คัดย่อและเรียบเรียบไว้

ท่านผู้อ่านหนังสือนี้ หากมีข้อเสนอแนะหรือประเด็นใดที่ประสงค์จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสามารถติดต่อผู้เขียนได้ที่ E-mail: MANIT_J@YAHOO.COM ทุกคำแนะนำและความเห็นของท่านจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขหนังสือนี้ในโอกาสต่อไป

 

มานิตย์ จุมปา

 

edit @ 18 Feb 2012 02:40:36 by มานิตย์ จุมปา

Comment

Comment:

Tweet